วันจันทร์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2555

สิ้นกวีนิพนธ์ดัง"อังคาร กัลยาณพงศ์"

อังคาร กัลยาณพงศ์
ความเป็นกวีนั้นเป็นพรสวรรค์ที่อังคารเชื่อมั่นและฝึกฝนมาตั้งแต่อยู่ชั้นมัธยม เมื่อออกจากมหาวิทยาลัยศิลปากรแล้ว ได้ร่อนเร่เรียนรู้และสร้างสรรค์การวาดภาพและเขียนบทกวี ได้มีโอกาสคุ้นเคยกับศิลปินและกวีร่วมยุคสมัยหลายคน มีผลงานบทกวีปรากฏในหนังสือ "อนุสรณ์น้องใหม่" มหาวิทยาลัยศิลปากร กระทั่งได้พบกับสุลักษณ์ ศิวรักษ์ ผู้ก่อตั้งและเป็นบรรณาธิการคนแรกของ "สังคมศาสตร์ปริทัศน์" บทกวีของอังคาร กัลยาณพงศ์ จึงได้พิมพ์เผยแพร่อย่างกว้างขวาง มีผลงานที่จัดพิมพ์สร้างความตื่นตัวตื่นใจให้กับวรรณกรรมไทยมาเนิ่นนาน เช่น กวีนิพนธ์ (2507), ลำนำภูกระดึง (2512), สวนแก้ว (2515), บางกอกแก้วกำสรวลหรือนิราศนครศรีธรรมราช (2512)

ส่วนในด้านงานจิตรกรรมนั้น อังคารเรียนวิชาวาดเขียนได้คะแนนดีมาโดยตลอด จนได้รับคำบันทึกจากคุณครูเขียนลงในสมุดรายงานว่า เป็นผู้มีใจรักและฝักใฝ่ในวิชาวาดเขียน เขามองว่าการวาดเขียนถึงแม้จะไม่ได้เงินทองมาก แต่จะมีประโยชน์ไปบริการทางวิญญาณ จะทำให้วิญญาณมนุษย์ดีขึ้น โดยเขาเคยให้ทัศนะในการทำงานว่า  เหมือนกับการเติบโตของต้นไม้ มันค่อย ๆ ขึ้นทีละใบสองใบ ค่อยแตกไปเรื่อย ๆ ถึงฤดูกาลก็แตกดอกออกผล ก่อนออกผลก็ออกดอกเสียก่อนไปตามลำดับ   พร้อมยืนยันว่า  จะไม่ขอทำอย่างอื่นแล้วในชีวิตนี้ จะทำงานเหล่านี้ไปตลอดจนถึงชาติหน้า ทั้งงานศิลปะ ไม่ว่าจะวาดหรือปั้น รวมถึงงานเขียนบทกวี  

ในปี 2532  อังคาร ได้รับคัดเลือกให้เป็นศิลปินแห่งชาติ ด้านกวีนิพนธ์ ซึ่งเป็นกวีร่วมสมัยที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น จินตกวี ผู้ที่มีผลงานเป็นที่ยอมรับทั้งในด้านวรรณศิลป์และทัศนศิลป์   ทั้งนี้ เขาได้รับการยอมรับในฐานะเป็นจิตรกรและกวีที่คงความเป็นไทย ทั้งในด้านความคิดและรูปแบบ อีกทั้งยังเป็นกวีที่มีความคิดเป็นอิสระ ไม่ถูกร้อยรัดด้วยรูปแบบที่ตายตัว จึงนับเป็นกวีผู้บุกเบิกกวีนิพนธ์ยุคใหม่

  นายอังคาร กัลยาณพงศ์ ศิลปินแห่งชาติ ด้านกวีนิพนธ์   วัย 86 ปี   ได้เสียชีวิตลงแล้วอย่างสงบ  เมื่อเวลา 01.30 น.   วันที่ 25 สิงหาคม  หลังจากป่วยเป็นเป็นโรคหัวใจและโรคเบาหวานเรื้อรังมานาน
  บทกวีชุดล่าสุดของ "อังคาร กัลยาณพงศ์"
 ทหารหาญเห่ากู้ เอกราช เสียเอกราชระยะสั้นโศกซึ้งอนันตกาล อู่ตะเภา เผาชาติ เอกราช แม้วทำทุกอย่างมล้างชาติ เมตตา กรุณา ช่วยกู้โลกมนุษย์ มวยผีในปรโลก นิทานปูชวนเปี้ยวเที่ยวตลาดอวิชชา ทักษิณเลียรากหญ้าเห่ช้าเสื้อแดง ทักษิณดูหมิ่นป่าช้าลืมโลง มรณานุสสติ นักการเมือง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น